top of page

ม้งขุนช้างเคี่ยนสะท้อนงบประมาณดับไฟป่ากับพื้นที่สุญญากาศ

Level:

#การบริหารจัดการไฟเชิงพื้นที่แบบมีส่วนร่วม
#ม้งขุนช่างเคี่ยน
#มาตรการห้ามเผา
#สภาลมหายใจเชียงใหม่
#หมอกควันเชียงใหม่

ช่วงนี้สถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 ก็เข้าใกล้เมืองเชียงใหม่เข้าทุกที ถ้าหากเราเห็นไฟที่เกิดขึ้นในตอนใต้ อ.ฮอด อ.ดอยเต่า ก็ให้เตรียมตัวไว้เลยว่าอีกไม่ช้าคนเชียงใหม่ก็จะต้องเตรียมรับมือกับฝุ่นไฟและปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากพื้นที่ประมาณการกันว่าต้นเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้


ฤดูกาลนี้คนในพื้นที่โดยเฉพาะคนที่อยู่ใกล้ป่าก็ต้องเตรียมความพร้อมที่จะเข้าดับไฟป่าอย่างสุดกำลัง เพราะถ้าหากเกิดไฟขึ้นในพื้นที่ใกล้หมู่บ้าน หรือใกล้ชุมชนก็จะเดือดร้อนไม่เฉพาะพื้นที่สวน พื้นที่หมู่บ้าน แต่ยังรวมถึงการถูกพ่วงด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็น “ต้นตอของไฟป่า ปัญหาหมอกควัน”


สัปดาห์ที่ผ่านมา สภาลมหายใจเชียงใหม่ มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนกับชาวม้งที่บ้านขุนช่างเคี่ยน ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อติดตามการทำแผนการจัดการไฟของหมู่บ้าน พ่อหลวงกิตติศักดิ์ ยั่งยืนกุลฉัตร ผู้ใหญ่บ้านบ้านม้งขุนช่างเคี่ยนนำทีมลูกบ้านมาร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุย มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับไฟป่าที่จะมาถึงในฤดูนี้ พ่อหลวงเล่าว่าถ้าหากพูดถึงการรับมือไฟป่าตั้งแต่ปี 2563 ที่เคยมีไฟไหม้ใหญ่บนพื้นที่ดอยหัวหมูใกล้ ๆ กับหมู่บ้าน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นผาสูงชันที่ยากต่อการดับไฟ หลังจากนั้นตั้งแต่ 2563 – 2567 ไฟป่าก็เกิดขึ้นน้อยมาก และเมื่อเกิดไฟขึ้น ชาวบ้านก็จะสามารถดับไฟได้อย่างทันท่วงทีเช่นปีที่แล้วที่ผ่านมา และทุกปีชาวบ้านจะมีการทำแนวกันไฟบริเวณดอยหัวหมูระยะทาง 3 กิโลเมตร และในปีนี้จะมีการทำแนวกันไฟในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้


สำหรับปีนี้สิ่งที่พ่อหลวง และลูกบ้านมีความหนักใจอย่างมากกลับไม่ใช่พื้นที่บริเวณดอยหัวหมู แต่ที่หนักใจในเรื่องการดับไฟคือบริเวณพื้นที่ “สุญญากาศ” ที่เป็นจุดเชื่อมต่อหลายอำเภอ ซึ่งใกล้กับที่ทำกินของชุมชนขุนช่างเคี่ยน พื้นที่ดังกล่าวอยู่ที่ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม ขณะที่ชาวบ้านมีพื้นที่บ้านที่มีทะเบียนบ้านใน ต.ช้างเผือก อ.เมือง แต่ที่ทำกินอยู่ใน อ.ดอนแก้ว อ.แม่ริม เมื่อได้รับงบประมาณเพื่อดับไฟป่าจะได้งบประมาณตามทะเบียนบ้าน ปีนี้ได้งบประมาณจากสถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์จำนวน 50,000 บาท โดยชาวบ้านจะมีการกำหนดวัน “ดีเดย์” เพื่อดับไฟป่าตั้งแต่วันที่ตั้งจุดเฝ้าระวังและลาดตระเวนไฟ 1 มีนาคม – พฤษภาคม 2568 ตามนโยบายห้ามเผาของจังหวัดเชียงใหม่ตามประกาศของจังหวัดเชียงใหม่ โดยสมาชิกชุมชนที่เรียกว่า “จุดสกัด” จะมาจากตัวแทนครัวเรือนจำนวน 162 ครัวเรือนแบ่งเป็น 11 ชุด ชุดละ 14 คน โดยงบประมาณที่ได้มาปีที่แล้ว ทางหมู่บ้านจะแบ่งให้สมาชิกแต่ละคน คนละ 200 บาท โดยสมาชิกที่เป็นอาสาสมัครเพื่อดับไฟป่า และเป็นเวรยามเพื่อดับไฟป่าในทุกเวลาที่มีไฟป่าเกิดขึ้นแม้ในยามค่ำคืน