
เมื่อการเติบโตของเมืองเชียงใหม่ที่มิได้จำกัดขอบเขตของความเป็น “เมือง” เพียงแค่สี่เหลี่ยมคูเมืองชั้นในและชั้นนอกได้อีกต่อไป เมืองมีการขยายตัวออกไปในแนวราบไปยังอำเภอใกล้เคียง เช่น หางดง สารภี สันป่าตอง สันทราย ดอยสะเก็ด แม่ริม คนจากหลายจังหวัดในภาคเหนือจำนวนไม่น้อยมาอยู่อาศัยและทำมาหากิน รวมไปถึงประชาชนจากภูมิภาคอื่น ๆ ด้วย Destination ทั้งเรื่องของการศึกษา สุขภาพ การงาน อาชีพ การอยู่อาศัยในวัยเกษียณ แล้วยังรวมถึงการเป็นหมุดหมายปลายทางเรื่องการท่องเที่ยวอีกด้วยเพราะความเป็น destination หลาย ๆ เรื่องนี่เอง ทำให้เมืองเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 30 ปีมานี้ แต่สิ่งที่พัฒนาและตามไม่ทันกับการหลั่งไหลของผู้คนที่เขามาอยู่อาศัยคือระบบโครงสร้างพื้นฐานของเมืองไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเรื่องผังเมือง ถนน ไฟฟ้า ประปา อินเตอร์เน็ต บลาๆๆ ทำให้การพัฒนาของเมืองเชียงใหม่หลายๆ เรื่องยิ่งทำยิ่งเหมือนวัวพันหลัก ยิ่งแก้ก็ยิ่งพัน แก้ไม่ออกเสียที
แล้วก็ไม่แปลกใจที่เหตุการณ์ประมาณว่าเราขับรถตกหลุมบ่อในคูเมืองกลายเป็นเหตุการณ์ปกติประจำวัน เนื่องจากการเอาสายไฟฟ้าลงดินกำลังดำเนินการพร้อม ๆ กับผู้คนจำนวนมากที่ต้องขับรถยนต์ส่วนตัวเข้าเมืองเพราะไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีรองรับ เรื่องราวเหล่านี้วนไปเหมือนไก่กับไข่ ไม่รู้ว่าอะไรเกิดก่อน อะไรเกิดหลัง เรื่อง “ถนน” กับ “ระบบขนส่งสาธารณะ” ก็เช่นกัน
ถนนแก้ปัญหาจราจร ต้องแลกกับอะไรบ้าง
ช่วงนี้เป็นช่วงที่กรมทางหลวง กระท รวงคมนาคมมีโครงการขยายถนนรอบ ๆ เมืองเชียงใหม่หลายเส้นทางมาก

เช่น 1.โครงการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบ 4 ตอนบน ถนนสายแยก ทล.1001 – ทล.1006 อยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมืองเชียงใหม่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่ริม อำเภอสันทราย อำเภอดอยสะเก็ด และอำเภอสันกำแพง และวงแหวนรอบ 4 ตอนล่าง ถนนสายแยก ทล.1006 – ทช.ชม.3035 จ.เชียงใหม่ เริ่มต้นที่อำเภอหางดง ผ่านอำเภอสารภี และไปสิ้นสุดที่อำเภอสันกำแพง เชื่อมกับตอนบนที่อำเภอดอยสะเก็ดมีระยะทางรวม 50 กิโลเมตร โดยวัตถุประสงค์โครงการเพื่อแก้ปัญหาการจราจรและรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต มีมูลค่า 5,000 ล้านบาท เชื่อมต่อ 6 อำเภอได้แก่หางดง สารภี สันกำแพง ดอยสะเก็ด สันทราย และแม่ริม ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการสำรวจและออกแบบ และยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
.png)