
25 มิถุนายน 2568 สภาลมหายใจเชียงใหม่ ร่วมกับมูลนิ ธิพัฒนาเครือข่ายสุขภาพ (Health Net) และสมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จัดเวที “ไฟ เห็ด และการมีส่วนร่วมจัดการไฟของชุมชน” ณ โรงแรมฮอลิเดย์ การ์เด้นท์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความเข้าใจระหว่างชุมชน ภาคประชาสังคม ภาครัฐ และเอกชน ในการบริหารจัดการไฟป่าฝุ่นควันอย่างมีส่วนร่วม โดยมุ่งเน้นการนำเสนองานวิจัยเกี่ยวกับวัฒนธรรมการเก็บเห็ดถอบ ความสัมพันธ์กับไฟป่า และผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชน รวมถึงการถอดบทเรียนเพื่อเตรียมรับมือปัญหาฝุ่นควันในปี พ.ศ. 2569

ลำดวน มหาวัน ผู้จัดการหน่วยจัดการระดับจังหวัด (Node Flagship) สสส. สำนัก 6 จังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าววัตถุประสงค์ของงานคือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ แม่แตง หางดง สันป่าตอง แม่วาง และแม่ริม ครอบคลุม 20 หมู่บ้าน โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการไฟป่าฝุ่นควันแบบมีส่วนร่วมที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น นอกจากนี้ เวทีนี้จะเป็นการนำเสนอผลการดำเนินงานจากโครงการจัดการไฟป่าฝุ่นควันและงานวิจัยเกี่ยวกับเห็ดถอบ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของชุมชนในเขตป่า เพื่อสร้างความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างการเก็บหาของป่า ไฟป่า และปัญหาฝุ่นควัน การดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่ป่าผลัดใบในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีพื้นที่ป่าทั้งหมด 9,627,355.98 ไร่ คิดเป็น 68.57% ของพื้นที่จังหวัด โดยเฉพาะป่าเต็งรังที่มีมากถึง 1.4 ล้านไร่ และมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของชุมชน โดยเฉพาะในอำเภออมก๋อย ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงของเห็ดถอบ”
ผลการดำเนินงานและความสำเร็จในปี 2568

ปริศนา พรหมมา จากสภาลมหายใจเชียงใหม่ รายงานผลการจัดการไฟป่าฝุ่นควันใน 20 หมู่บ้าน 5 ตำบล (บ้านปง น้ำบ่อหลวง ดอนเปา สะลวง และแม่หอพระ) ซึ่งพบว่าในปี พ.ศ. 2568 จุดความร้อนลดลง 60% จาก 13,000 จุดในปีก่อน เหลือ 4,709 จุด และพื้นที่เผาไหม้ลดลงจาก 1.1 ล้านไร่เหลือ 750,000 ไร่ ความสำเร็จนี้เกิ ดจากการมีส่วนร่วมของชุมชนในการลาดตระเวน ทำแนวกันไฟ และบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างควบคุม รวมถึงการใช้กล้องวงจรปิดและการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และหน่วยงานป่าไม้
ตัวอย่างความสำเร็จ อย่างการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ชุมชนในพื้นที่ เช่น บ้านห้วยส้มสุกและบ้านกาดฮาว ได้จัดตั้งกองทุนบำรุงป่าและใช้รายได้จากการเก็บหาของป่าสนับสนุนการจัดการไฟ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ชุดจิตอาสา ชรบ.หมู่บ้าน และหน่วยงานป่าไม้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดและภาคเอกชน เช่น โครงการคาร์บอนเครดิตที่บ้านจอมแจ้ง และการควบคุมไฟขนาดเล็ก ในปี 2568 พื้นที่ที่ชุมชนจัดการมีไฟลักลอบจุดไม่ เกิน 15% และสามารถควบคุมไฟได้อย่างรวดเร็ว ลดความรุนแรงของไฟป่าได้อย่างมีนัยสำคัญ

ตัวแทนจากหมู่บ้านในพื้นที่ต่าง ๆ ได้สะท้อนมุมมองและปัญหาที่พบในการจัดการไฟป่าฝุ่นควัน โดยปฐมพงษ์ เจริญมูล ผู้ใหญ่บ้านแม่นาป้าก ต.แม่หอพร ะ อ.แม่แตง ระบุว่า นโยบายห้ามเผาทำให้ชาวบ้านต้องเผาในพื้นที่อื่นเพื่อให้ไฟลุกลามมาถึงพื้นที่ที่ต้องการ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ชุมชนต้องการงบประมาณ อุปกรณ์ เช่น เครื่องเป่าลม และค่าตอบแทนสำหรับจิตอาสา รวมถึงการจัดทำแผนจากล่างขึ้นบนที่สะท้อนความต้องการของชุมชน
ด้านประพันธ์ วิชัยคำ ผู้ใหญ่บ้านปง อ.หางดง เผยว่า การชิงเผาในพื้นที่ช่วยลดเชื้อเพลิงและป้องกันไฟรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นหน้าผาและเข้าถึงยาก นอกจากนี้ ยังมีการทดลองเพาะเห็ดตับเต่าในสวนลำไย ซึ่งเป็นทางเลือกที่ไม่ต้องใช้ไฟและมี ตลาดรองรับ

ด้านสุริยา ตั้งตัว ผู้ใหญ่บ้านป่าไม้ ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง เน้นย้ำว่า ไฟป่าเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การล่าสัตว์ การทิ้งก้นบุหรี่ และถนนที่เป็นทางผ่าน ไม่ใช่แค่การหาเห็ด การบริหารจัดการเชื้อเพลิงและการขออนุญาตเผาอย่างคว บคุมจะช่วยลดปัญหาได้ และสาวิตรี พื้นที่แม่แจ่ม ชี้ว่า การเหมารวมว่าไฟป่าเกิดจากชาวบ้านที่เผาป่าหาเห็ดเป็นความเข้าใจผิด หน่วยงานป่าไม้ใช้ไฟมากกว่าชาวบ้าน แต่กลับไม่ถูกพูดถึง

.png)